เรียนศิลปะ

วิชาศิลปะ เป็นหนึ่งในวิชาที่จะมีการสอดแทรกเข้ามาในตารางเรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเสมอ ซึ่งหลายคนนั้นมองว่าเป็นวิชาที่เหมือนคาบว่าง ไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไรนอกจากการวาดรูปเล่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ยังคงมีการเพิ่มวิชานี้มาในทุกปี นั่นแสดงว่าเป็นวิชาที่มีความสำคัญและจำเป็นนั่นเอง วันนี้เรามาดูถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเรียนวิชาศิลปะกันเลย

1.ฝึกความคิดสร้างสรรค์ 

เรามักจะได้ยินคำว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะความคิดสร้างสรรค์นั้น ไม่จำเป็นจะต้องแสดงออกทางด้านศิลปะ คือว่าการวาดภาพอย่างเดียว แต่มันสามารถแสดงออกได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ก็ล้วนมีพื้นฐานมาจากความคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น คนที่มีไอเดียเหล่านี้ ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน ก็จะมีแต่คนอยากจะได้ไปทำงานด้วยทั้งนั้น เพราะมันมีคุณค่าต่องานที่ทำมาก

2.ทำให้มีสมาธิมากขึ้น 

คนที่ชอบการวาดภาพ ไม่จำเป็นจะต้องวาดภาพสวยหมดทุกคน หรือว่าการทำอะไรก็ตาม ที่มันเกี่ยวกับงานศิลปะ ไม่จำเป็นต้องทำออกมาให้สวยให้ดีเลิศเหมือนกับศิลปินก็ได้ เพราะเพียงแค่เรามีความชอบ หรือว่ามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ มันก็ดีแล้ว และการฝึกทำงานศิลปะทุกอย่าง มันยังช่วยทำให้เราเป็นคนที่มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย บางคนที่นั่งวาดภาพคนเดียวได้นานๆ นั่นก็คือคนที่มีสมาธินั่นเอง และไม่ว่าจะไปทำงานอะไรต่อ สมาธิที่เราฝึกได้มาจากการทำงานศิลปะ มันก็จะติดตัวไปด้วย

3.ฝึกจิตใจคน 

คนที่เรียนศิลปะ หรือว่าชื่นชอบง่านศิลปะนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่จิตใจดี จิตใจอ่อนโยนทั้งสิ้น ไม่มีใครที่คิดร้าย และสิ่งเหล่านี้เอง มันทำให้คนมองเห็นความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น เมื่อเราได้เสพงานศิลปะบางอย่างที่มันมีคุณค่า เพียงแค่ภาพหนึ่งภาพ มันก็สามารถเปลี่ยนคนทั้งคนได้เหมือนกัน เพราะภาพเหล่านั้น มันสื่อความหมายได้มากกว่าหนังสือทั้งเล่มด้วยซ้ำ ถ้าเรารู้จักมองให้ลึกลงไปในแต่ละภาพ ที่ศิลปินคนนั้นเขาแสดงออกมา

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนเราถึงต้องเรียนศิลปะ และเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ศิลปะคือสิ่งจรรโลงจิตใจมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์มีจิตใจที่อ่อนโยน สงบ และไม่หยาบกระด้าง เราใช้ศิลปะบางแขนงช่วยในการเยียวยาความเจ็บป่วยของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ ดังนั้นเมื่อถึงวิชาเรียนศิลปะก็ควรที่จะตั้งใจ เพราะมีความรู้สอดแทรกในระหว่างการสอนของครูอยู่เสมอ