ใครอยากฝึกภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ 2 หรือภาษาที่ 3 แต่ไม่รู้ว่าควรเรียนรู้ยังไงหรือเริ่มจากตรงไหนดี เรามีวิธีฝึกภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเองมาแชร์จะน่าสนใจแค่ไหนไปดู
วิธีฝึกภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
บอกเลยว่าขั้นตอนการฝึกภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเองไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ส่วนแนวทางหลัก ๆ ประกอบไปด้วย
1. หาสื่อภาษาญี่ปุ่น
ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นเรียนให้คุณลองหาสื่อภาษาญี่ปุ่นที่คาดว่าเข้าใจง่ายสุด ฟังง่ายสุด เพื่อนำมาใช้ในการฝึกฟังและพูดตาม หรือหากใครยังนึกไม่ออกอาจเลือกเป็นอนิเมะ ละคร หรือหนังสั้นที่มีความยาวไม่เยอะ จากนั้นฝึกฟังไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะคุ้นชินกับสำเนียงและการใช้ภาษา
2. ฝึกฟังอย่างตั้งใจ
หลังจากเริ่มคุ้นชินกับสำเนียงการพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ลองตั้งใจฟังว่าตัวละครในอนิเมะ การ์ตูน หรือหนังสั้นขยับปากยังไง พูดแบบไหน จากนั้นให้ลองขยับปากตาม ข้อควรจำ คือยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าประโยคหรือคำมีความหมายว่าอย่างไร
3. เริ่มหาความหมาย
เมื่อฝึกฟังและขยับปากจนเคยชินเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้เริ่มหาความหมายของคำหรือประโยค แต่ขอแนะนำว่าไม่ควรหาทุกคำพูดหรือทุกประโยค แต่ควรเลือกเฉพาะคำหรือประโยคที่คิดว่าทัชใจ กินใจ หรือจำได้แม่นที่สุด
4. ฝึกพูดประโยคดังกล่าวจนกว่าจะจำได้
และขณะพูดต้องจินตนาการภาพในหัวให้มีความสอดคล้องกับบริบท หากไม่รู้ว่าควรทำยังไงก็ให้ดูว่าในหนังหรือในอนิเมะใช้ในสถานการณ์ไหน คุณก็แค่ต้องจินตนาการในสถานการณ์นั้น
5. บันทึกเสียงของตัวเอง
เพื่อกดฟังว่าสำเนียงการออกเสียงเหมือนกับต้นฉบับหรือไม่ หากพบว่าไม่เหมือนหรือมีบางคำที่ยังออกเสียงได้ไม่ดีให้ฝึกคำ ๆ นั้นจนกว่าจะทำได้
6. เริ่มต้นหาความหมายคำอื่น ๆ
เมื่อทำตามคำแนะนำข้างต้นครบทุกขั้นตอนแล้วอย่าลืมว่ายังมีบางประโยคและบางคำพูดที่ยังไม่ได้ทำการแปลหรือหาความหมาย ถึงเวลาที่ต้องหา จากนั้นให้ฟังซ้ำพูดตามและบันทึกเสียงตามขั้นตอนก่อนหน้าจนกว่าจะทำได้
ข้อควรระวังในการฝึกภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
มีอยู่ด้วยกันหลายข้อ เช่น
- อย่าพยายามกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งกดดันมากเท่าไหร่จะยิ่งขัดขวางกระบวนการเรียนรู้มากเท่านั้น
- ใช้เวลาค่อนข้างนาน ไม่ว่าคุณจะใช้เทคนิคไหนในการฝึกภาษาญี่ปุ่นแม้กระทั่งทำตามคำแนะนำข้างต้นก็ล้วนใช้เวลาเผลอ ๆ 1 คลิปวิดีโออาจกินเวลาไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์ – 1 เดือน เราจึงอยากย้ำเตือนให้คุณอดทนจนกว่าจะทำสำเร็จ
- ให้ความสำคัญกับการเลือกเรียนจากสิ่งที่ตนเองชอบมากที่สุด เนื่องจากมีผลต่อการสร้างแรงจูงใจในการเรียนมากกว่าวิธีอื่น ๆ
และสุดท้ายอย่าลืมว่าการเรียนภาษาจะประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะไปถึงเป้าหมายอาจใช้เวลานานหลายปี ดังนั้นในเมื่อมีความตั้งใจแล้วอย่าปล่อยให้ความตั้งใจนั้นสูญเปล่า
